วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

อินทรีย์วัตถุ (organic matter)


"ผมใส่ปุ๋ยไปไร่ละตัน ทำไมมันสำปะหลังผมมันไม่ค่อยลงหัวเลยครับ 1ปีผ่านไป ถอนออกไปขาย หัวมันผมยังกับ ตัวไส้เดือน " มันขาดอะไรหรือครับอาจารย์" เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง คนขนยัน ถามผม
ผมก็เลยย้อนกลับไปว่า สงสัยจะขาดน้ำครับ ปีนี้ประเทศไทยแล้งจัด " ไม่เลยครับอาจารย์ผมปลูกมันน้ำหยด ให้มันกินทุกอย่าง ปุ๋ยก็ให้ น้ำก็ไม่ขาด ต้นโตดีแท้ แต่หัวไม่มี " พาผมไปดูแปลงมันที่ถอนแล้วได้ไหม ผมบอก
ไปถึงแปลงเกษตรกร ผมตอบเขาทันทีว่า ดินพี่ขาดอินทรีย์วัตถุ (organic matter) เพราะผลจากการวัดค่าดิน มีค่าความเป็นกรดสูงมาก ดินแข็งกระด้าง ราดน้ำยังไม่ค่อยจะลงเลย
อินทรีย์วัตถุคืออะไร มีขายที่ไหน กระสอบละกี่บาท ผมจะซื้อมาใส่ เกษตรกรคนเก่ง โยนคำถามใส่ผมทันที
วันนี้มารู้จักอินทรีย์วัตถุกันนะครับ
อินทรียวัตถุ เป็นส่วนที่ได้จากการเน่าเปื่อยผุพังสลายตัวของ เศษซากพืชและสัตวที่ทับถมกันอยูในดิน อินทรียวัตถุมีปริมาณธาตุอาหารพืช อยู่น้อย แต่มีความสำคัญในการทำใหดินโปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ำและถายเท อากาศไดดี ทั้งยังเป็นแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ในดิน
ปริมาณอินทรย์วัตถุในดินที่พืชส่วนใหญ่ต้องการ คือ 3-5 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันดินที่ใช้เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย มีอินทรีย์วัตถุในดินไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์
ประโยชน์ของอินทรีย์วัตถุ พูดกันให้ชัด ๆ ว่ามันประโยชน์อย่างไร คำถามนี้คงเป็นคำถามที่หลายคนอยากถามผม ผมก็ตอบชัด ๆ ว่า พืชกินอาหารโดยการแลกเปลี่ยนอิออน ไม่ได้กินสารประกอบ อินทรีย์วัตถุมีประจะเป็นลบมีหน้าที่จับประจุบวก ถ้าไม่มีอินทรีย์วัตถุ(ประจุลบ) ธาตุอาหารพืชที่เป็นประจุบวก พืชก็นำไปใช้ได้น้อย หรือ นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย
ยุ่งละสิ ถ้าหลายคนพอมีความรู้เรื่องเกษตรอยู่บ้าง ก็คงพอสรุปได้ว่า พืชต้องการธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรอง คือ N P K Ca Mg S ธาตุอาหารเหล่านี้แตกตัวเป็นอิออนให้ประจุบวกหมดเลย ยกเว้น ไนโตรเจน เมื่อไม่มีตัวจับประจุบวก พืชก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากปุ๋ยเคมีที่เราใส่ลงไปในดินได้เลย ใช้ได้แต่ไนโตรเจน มันสำปะหลังก็เลยโตแต่ต้น แต่ไม่ลงหัว
มาถึงตรงนี้คงพอจะเห็นประโยชน์ของ อินทรีย์วัตถุกันแล้วนะครับ อินทรีย์ที่พืชขาดมานาน พืชไม่ได้ขาดปุ๋ย แต่พืชขาด อินทรีย์วัตถุ อินทรีย์วัตถุมีประสิทธิภาพในจับอิออนของปุ๋ยให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้
ฉนั้นเมี่อรู้อย่างนี้เรามาเพิ่มอินทรีย์วัตถุ ลงสู่ดินให้พืชกันเถอะ อินทรีย์วัตถุเอามาจากไหน มูลสัตว์ทั้งปวงคืออินทรีย์วัตถุ ซากพืช เปลือกไม้ ใบไม้ เศษหญ้า คืออินทรีย์วัตถุ

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืช

ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืช

เป็นรูปภาพโครงสร้างที่อยู่ในใจทุกครั้งเวลาผมจะทำการปลูกพืช ผมอยากให้ภาพนี้ติดอยู่ในใจของเกษตรกรทุกท่านที่จะทำการปลูกพืช ถ้าเราไม่เข้าใจความต้องการเบื้องต้นของพืชแล้ว การปลูกพืชทุกครั้งของเราก็จะประสบกับปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่นปลูกแล้วพืชไม่โต ปลูกพืชแล้วอ่อนแอ ขี้โรค ปลูกพืชแล้วโตแต่ต้นไม่ได้ผลผลิต หรือ ได้ผลผลิตแล้วแต่รสชาติไม่อร่อยไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
เรามาเรียนรู้เรื่องดินกันบ้างนะครับ ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ดี ควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
องค์ประกอบของดิน ที่ปลูกพืชแล้ว พืชเจริญเติบโตได้ดี ต้องประกอบด้วย 4 สัดส่วนที่สมดุลซึ่งกันและกันดังนี้
(1) อนินทรียวัตถุ เป็นส่วนที่ได้จากการผุพังสลายตัวของหินและแร่ เป็นแหล่งธาตุอาหารของพืช ดินส่วนใหญที่ใช้ปลูกพืชในประเทศไทย มีอนินทรียวัตถุเป็นสวนประกอบถึงรอยละ 97-99 ของน้ำหนักแห้งของดิน
(2) อินทรียวัตถุ เป็นส่วนที่ได้จากการเน่าเปื่อยผุพังสลายตัวของ เศษซากพืชและสัตวที่ทับถมกันอยูในดิน อินทรียวัตถุมีปริมาณธาตุอาหารพืช อยูน้อย แตมีความสำคัญในการทำใหดินโปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ำและถายเท อากาศไดดี ทั้งยังเป็นแหลงพลังงานของจุลินทรีย็ดิน ดินสวนใหญที่ใชเพาะปลูกพืชในประเทศไทยมีอินทรียวัตถุเหลืออยู่น้อยมากๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งดินใน ภาคอีสาน มีอินทรียวัตถุต่ำมาก ไม่ถึงถึง 1เปอร์เซ็นต์ ฉนั้นเกษตรกรจึงควรให้ความสำคัญต่อการเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน
(3) น้ำในดิน ทำหน้าที่ ช่วยละลายธาตุอาหารพืชในดิน และจำเป็น สำหรับใช้ในการเคลื่อนย้ายธาตุอาหาร และสารประกอบตางๆ ในต้นพืช
(4) อากาศในดิน ทำหน้าที่ให้ ออกซิเจนแก่รากพืชและจุลินทรียดิน ช่องว่างอากาศในดินมีส่วนทำให้ดินโปร่ง ร่วน ซุย รากพืชเจริญเติบโตได้ดี
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วว่า พืชต้องการดินแบบใด เราก็นำความรู้นี้มาปรับปรุงดินเพื่อให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ไม่ว่าเราจะปลูกพืชลงดิน เราจะปลูกพืชลงกระถาง ปลูกพืชในวงบ่อ
ซึ่งโอกาสต่อไปเราจะได้มาเรียนรู้เรื่องการปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการปลูกกันต่อนะครับ

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การขยายเชื้อน้ำหมักรำข้าวให้ได้ใช้นาน ๆ

การขยายเชื้อน้ำหมักรำข้าวให้ได้ใช้นาน ๆ


หลังจากเราทำน้ำหนักรำข้าวครบกำหนด 7-15 วัน แล้วเราก็นำไปใช้ราดโคนต้นพืชเพื่อช่วยในการการขยายรากพืชแล้ว เราไม่ควรใช้จนหมดถัง เพื่อส่วนที่เหลือจะได้นำมาขยายเชื้อเพื่อใช้ในครั้งต่อไปได้ เช่น เราทำน้ำหมักรำข้าวถัง 200 ลิตร ให้เราใช้ไป 150 ลิตร อีก 50 ลิตรให้เก็บไว้ต่อขยายเชื้อต่อ
วิธีการต่อขยายเชื้อน้ำหมักรำข้าว
1.ใช้น้ำหมักรำข้าวเก่าเป็นสารตั้งต้น 30-50 ลิตร
2.ให้เติมรำข้าวลงไป 10 กิโลกรัม

3.เติมน้ำให้เต็ม 200 ลิตร

4. คนเพื่อเติมอากาศ ทุก 3 วัน (ถ้าคนทุกวันก็จะย่อยสลายและเชื้อขยายเร็ว)

5. ใช้เวลา 7-10 ก็นำไปใช้ต่อได้ ให้สังเกตรำข้าวถูกย่อยสลายจนหมด

วิธีการใช้ :ใช้เหมือนกับน้ำหมักรำข้าวรอบแรก

1.ใช้อัตราเข้มข้นราดดินแล้วรดน้ำให้ชุ่มตามบริเวณโคนต้นพืชเพื่อขยายรากพืช อัตรา 3-5 ลิตรตามขนาดของพืช
2.ใช้อัตราเข็มข้นราดลงถุงเพาะชำกล้าไม้ 250 ซีซี.แล้วรดน้ำตามให้ชุ่ม
3. อัตรา 100-200 ซีซี.ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นลงดินให้พืชผัก จะทำให้ พืชผักเจริญเติบโตดี

หมายเหตุ : น้ำหมักรำข้าวมีวิตามินบี1สูง สำหรับพืช วิตามินบี1 (Thiamine) ช่วยฟื้นฟูู บำรุงระบบรากพืชให้แข็งแรง และยังช่วยในการแตกราก และเจริญเติบโตของราก เมื่อพืชได้รับวิตามินบี1 จะทำให้พืชสดชื่น พร้อมที่จะเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายต้นกล้าพืช การให้ วิตามินบี1แก่ต้นกล้าที่ย้ายปลูกลงแปลงจะทำให้ต้นกล้าไม่เหี่ยวเฉาและทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี
ไปต่อเชื้อใช้เองกันนะครับจะได้ประหยัด
ขอบคุณภาพแห่งความขยัน การต่อขยายเชื้อน้ำหมักจากรำข้าวของน้องไพโรจน์(หมู) เกษตรกรผู้มีความคิดก้าวไกลจาก อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ID line : aoacthai

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

การใช้น้ำหมักรำข้าว ในการช่วยขยายรากมะนาวในถุงชำ

การใช้น้ำหมักรำข้าว ในการช่วยขยายรากมะนาวในถุงชำ

การปลูกมะนาวด้วยกิ่งตอน เราควรนำกิ่งตอนมาชำในถุงดำก่อนเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณรากทำให้รากพืชขยายตัวได้ดีก่อน จากนั้นจึงนำไปปลูกในท่อวงบ่อหรือ ในแปลงปลูก
เพราะถ้านำกิ่งตอนไปปลูกลงแปลงเลย รากที่ไม่แข็งแรงพอ หรือ รากที่มีปริมาณน้อย จะทำให้กิ่งตอนตายได้ง่าย ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเพราะปัจจุบันราคากิ่งตอนอยู่ที่ 50 -100 บาท ถ้าเป็นกิ่งพันธุ์ดัง ๆ มีการโฆษณาก็จะมีราคากิ่งตอนถึงกิ่งละ 300 บาท
ฉะนั้นการอนุบาลกิ่งตอนที่ดีจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการลดความเสี่ยงในการผลิตพืช และจะทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู
วันนี้ขอนำเสนอ การใช้น้ำหมักรำข้าว ในการช่วยขยายรากมะนาวในถุงชำ
ขั้นตอนง่าย ๆ
1. ใช้ถุงชำขนาด 9x 11 นิ้ว กรอกใส่ดินผสมสำหรับชำมะนาวให้ได้ 3/4 ของถุง แล้วกดดินให้แน่นกำลังดี
2.นำกิ่งตอนมะนาวแกะถุงพลาสติกที่ตอนออกและนำใส่ลงในถุงชำเอาดินใส่ให้เต็ม (ขั้นตอนต้องระวังไม่ให้ปลูกลึกเกินไปเพราะกิ่งตอนต้องการอากาศในการเจริญเติบโต)
3.นำไม้มาปักช่วยพยุงต้นมะนาวไม่ให้ล้ม
4.นำน้ำหมักรำข้าวเข้มข้นมาราดลงถุงให้ชุ่มและรดน้ำตามให้เปียกชุ่ม
แล้วนำไปเก็บไว้ในโรงเรือนเพื่อรอให้รากเดินดี 

ขั้นตอนที่4 ควรทำทุก 7 วัน ประมาณ 15-21 วันรากก็จะเดินดีพร้อมนำไปปลูกลงแปลงแล้วครับ
หมายเหตุ: น้ำหมักรำข้าวมีวิตามินบี1สูง วิตาบี1 ช่วยฟื้นฟูู บำรุงระบบรากพืชให้แข็งแรง และยังช่วยในการแตกราก และเจริญเติบโตของราก เมื่อพืชได้รับวิตามินบี1 จะทำให้พืชสดชื่น พร้อมที่จะเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายต้นกล้าพืช การให้ วิตามินบี1แก่ต้นกล้าที่ย้ายปลูกลงแปลงจะทำให้ต้นกล้าไม่เหี่ยวเฉาและทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี

ลองไปทำกันดูนะครับ สำหรับท่านที่ชอบปลูกมะนาว และวิธีการนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับปลูกพืชชนิดอื่นได้ครับ

: ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ID line : aoacthai  

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

การแก้ปัญหาต้นกล้วยรากไม่เดินด้วยน้ำหมักรำข้าว

การแก้ปัญหาต้นกล้วยรากไม่เดินด้วยน้ำหมักรำข้าว

กล้วยเป็นอะไรที่มันกล้วย ๆ ปลูกง่าย โตเร็ว ปลูกที่ไหนก็ขึ้น ไม่ต้องดูแลมาก คนโบราณถึงกับบอกว่าถ้าชาตินี้ปลูกกล้วยยังไม่ขึ้นก็ไม่ต้องทำอะไรกินแล้ว
นั่นมันสมัยโบราณ แต่สมัยนี้การปลูกกล้วยมันอาจจะไม่ค่อยจะกล้วย ๆ แล้วนะครับ เนื่องจากดินที่ผ่านการใช้งานมานาน ใส่ปุ๋ยเคมีทับถมกันมาเรื่อย ๆ หลายปี จนหน้าดินแห้งตายสนิท รดน้ำเท่าไหร่ก็ไม่ลง ขนาดเอาอีเตอร์ 
(สองเขาขุด)ุ ยังขุดไม่ลงเลย ดินกลายเป็นดินดาน ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืช ขนาดวัชพืชยังไม่กล้าขึ้น
ถ้าเราจำเป็นต้องปลูกกล้วยที่ดินไม่เหมาะสมกับการปลูกพืช ดินถม ดินดาน เราจะแก้ไขปัญหาต้นกล้วยไม่โต ต้นกล้วยแคระแกร็นอย่างไร
วันนี้เรามาเรียนรู้การใช้น้ำหมักจากรำข้าวมาแก้ปัญหาต้นกล้วยรากไม่เดินกันนะครับ
1.ให้เอาแแฉลง หรือ อีเตอร์(สองเขาขุด) ขุดพรวนดินรอบต้นกล้วยให้เป็นหลุมลึก (ดูตามในรูป)


2. ใช้จอบเซาะให้เป็นทางน้ำรอบโคนต้นกล้วย
3.ใช้น้ำหมักจากรำข้าวเข้มข้น 1-2 ถัง ราดรอบทรงพุ่มตามร่องน้ำที่เราขุด(ต้นเล็กราด 1 ถัง ต้นใหญ่ราด 2 ถัง)

4.ให้ราดน้ำตามให้ท่วมร่องรอบโคนต้นกล้วย ตามที่เราขุดเอาไว้


เอาน้ำหมักจากรำข้าวราดทุก 10 วัน แล้วรดน้ำตาม ไม่นานต้นกล้วยของท่านก็จะโตได้ดั่งใจ ลองไปทำกันดูนะครับ

หมายเหตุ : น้ำหนักจากรำข้าว จะมีวิตามินบี1 (Thiamine)
วิตามินบี1ช่วยฟื้นฟูู บำรุงระบบรากพืชให้แข็งแรง และยังช่วยในการแตกราก และเจริญเติบโตของราก
: จุลินทรีย์ในน้ำหมักรำข้าวจะช่วยเติมออกซิเจนให้กับดิน ทำให้ดินเกิดรูพรุนมากขึ้น ทำให้รากพืชเดินดี
: ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ID line : aoacthai

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

สูตรการทำน้ำหมักรำข้าวขยายรากพืช

สูตรการทำน้ำหมักรำข้าวขยายรากพืช


เรามาเปลี่ยนรำข้าวสิ่งใกล้ตัวให้มาเป็นปุ๋ยขยายรากพืชชั้นยอดกันเถอะเป็นหลักการง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้ นำหลักวิชาการที่เคยเรียนรู้มามากมายมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง
หลายคนคงจะทราบแล้ว รำข้าวละเอียด(รำอ่อน) มีวิตามินบี1สูง สมัยก่อน คนโบราณรับประทานข้าวซ้อมมือเพื่อป้องกันโรคเหน็บชา แต่จริง ๆ แล้ว วิตามินบี1 มีประโยชน์มากมาย วิตามินบี 1 หรือ Thiamine เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ทำให้เกิดพลังงานเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนำกระแสความรู้สึกของเส้นประสาท
สำหรับพืช วิตามินบี1 (Thiamine)
ช่วยฟื้นฟูู บำรุงระบบรากพืชให้แข็งแรง และยังช่วยในการแตกราก และเจริญเติบโตของราก เมื่อพืชได้รับวิตามินบี1 จะทำให้พืชสดชื่น พร้อมที่จะเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายต้นกล้าพืช การให้ วิตามินบี1แก่ต้นกล้าที่ย้ายปลูกลงแปลงจะทำให้ต้นกล้าไม่เหี่ยวเฉาและทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี
รู้อย่างนี้แล้วเรามาสกัดวิตามินบี1ใช้แก้ปัญหาระบบรากพืชกันเถอะ
วิธีการง่ายๆ (ไม่ทำไม่รู้) ดังนี้
1.เตรียมน้ำ 200 ลิตร ใส่ถังเกือบเต็ม

2. นำรำข้าวละเอียด(รำอ่อน) 10 กก.(กก.ละ 8 บาท) เทลงไปในน้ำ 200 ลิตรแล้วคนให้เข้ากัน

3.เต็มหัวเชื้อจุลินทรีย์สำหรับย่อยสลายเชลลูโลส เน้นจุลินทร์ที่ไม่ใช้กากน้ำตาลในการย่อยสลาย ในที่นี้ใช้ จุลินทรีย์ย่อยสลายเซลลูโลสของชมรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า(ไวท์อีเอ็ม) จำนวน 500 กรัม ใส่หัวเชื้อเยอะเพื่อให้ย่อยสลายเร็ว

4.ปิดฝาธรรมดาไม่ต้องล็อกหมักทิ้งไว้กลางแจ้ง 15 วัน โดยคนเพื่อเติมอากาศทุก 3 วัน

5. เมื่อหมักครบ 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย

วิธีการใช้ 

1.ใช้อัตราเข้มข้นราดดินแล้วรดน้ำให้ชุ่มตามบริเวณโคนต้นพืชเพื่อขยายรากพืช อัตรา 3-5 ลิตรตามขนาดของพืช

2.ใช้อัตราเข็มข้นราดลงถุงเพาะชำกล้าไม้ 250 ซีซี.แล้วรดน้ำตามให้ชุ่ม
3. อัตรา 100-200 ซีซี.ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นลงดินให้พืชผัก จะทำให้ พืชผักเจริญเติบโตดี
ง่ายแค่นี้รีบไปทำกันเถอะ
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ID line : aoacthai

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

สารเพิ่มพลังการแตกกออ้อย


สารเพิ่มพลังการแตกกออ้อย



สำหรับท่านที่ปลูกอ้อยแล้วผลผลิตไม่ค่อยดี ลองใช้ตัวนี้ดูนะครับ

ประวัติความเป็นมา เมื่อ 5 ปีก่อน ผม ผลิตสารตัวนี้ขึ้นมาโดยได้ ฐาน
ความรู้จากงานวิจัยของต่างประเทศ ผลิตขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกร ในตำบลศิลาทิพย์ เขต อำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี ในตอนนั้นผมไม่ได้จำหน่าย แต่ผมผลิตขึ้นมาเป็นของแถม ของสมมนาคุณให้กับเกษตรกรที่สั่งซื้อระบบน้ำของผม ผลปรากฎว่า อีก 1 ปีต่อมา ชาวบ้านมาขอซื้อสารตัวนี้กันมากมาย โดยไม่ต้องโฆษณา เพราะเขาบอกว่า อ้อยของเขาแตกกอดีมากกว่าเดิม หลายเท่า ฉนั้นทุกปีพอเขาตัดอ้อยเสร็จเขาจะรีบมาสั่ง สารเพิ่มพลังการแตกกออ้อยกัน อย่างไม่ต้องนัดหมาย คนละ 10 - 20 แกลลอน



อยากให้ท่านที่ยังไม่ได้ลอง ไปลองใช้กันดูนะครับ รับรองอ้อยแตกกอหายห่วง
นอกจากอ้อย แล้วใช้ในข้าวก็แตกกอได้ดี ชาวสระบุรีนำไปใช้ในการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ต่างยกนิ้วให้ว่า แตกกอสุดยอดครับ

ถ้าเรื่องการแตกกอ ยกให้เขาเลยครับ กาเรย์น่า กาเรย์น่า กาเรย์น่า ไม่ต้องโฆษณาครับ สินค้าตัวนี้ขายตัวเองมานาน กว่า 4 ปีแล้วครับ



กาเรย์น่า (สารเพิ่มการแตกกออ้อย)
รายละเอียด กาเรย์น่า เป็นสารอินทรีย์ ไม่เป็นพิษต่อคน สัตว์และ สิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพลังการแตกกอในอ้อย จะทำให้ต้นอ้อยของท่านแตกกอเพิ่มขึ้น 5-10 เท่าตัวเลยทีเดียว เพียงแต่ให้ฉีดพ่น 4 ครั้ง หลังจากปลูกอ้อยในช่วงอ้อยกำลังแตกหน่ออ่อน หรือ ฉีดพ่นในอ้อยที่ตัดแล้ว ให้น้ำพอเห็นอ้อยเริ่มแตกหน่ออ่อนให้รีบฉีดพ่นทันที พ่นเพียง 4 ครั้ง ผลผลิตอ้อยของท่านจะเพิ่มขึั้นเป็น 2-4 เท่าตัวเลยที่เดียว พิสูจน์ในแปลงจริงเกษตรกรมาแล้วกว่า 5 ปี เกษตกรผู้ใช้ต่างยกนิ้วหัวแม่โป้งให้ว่า เยี่ยมจริง ๆ ครับ


พลาดไม่ได้สำหรับท่านที่อยากให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้นกว่า 25 ตันต่อไร่ 
ขนาดการใช้ 500 ซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตร 
ขนาด 2 ลิตร ราคาเพียง 900 บาท 
ถ้าซื้อยกลัง ยินดีจำหน่ายในราคาพิเศษให้ครับ






สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่
ชมรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า
โทร 086-059-6790
หมายเลขบัญชีการชำระค่าสินค้า
123-2-45945-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขาลำนารายณ์
ชื่อบัญชี นายประยงค์ แก้วหมุน
ประเภท ออมทรัพย์

การจัดส่งสินค้า
จัดส่งผ่านไปรษณีย์ Ems และ พัสดุทั่วประเทศ ใช้ระยะเวลา 2-3 วัน