วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

การเลี้ยงไส้เดือนแบบเลียนแบบธรรมชาติ

การเลี้ยงไส้เดือนดิน แบบเลียบแบบธรรมชาติ


เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วนะครับว่า ปุ๋ยมูลไส้เดือนดินเป็นสุดยอดแห่งปุ๋ยสำหรับพืช เกือบทุกชนิด เพราะนอกจากในมูลไส้เดือนดินจะมี ธาตุอาหารพืช (N P K) ที่ครบถ้วนแล้ว ในมูลไส้เดือนยังมีฮอร์โมนต่าง ๆ ที่พืชต้องการอีกหลายชนิด

ผมเองเป็นบุคคลหนึ่งที่ให้ความสนในในเรื่องการผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน ผมได้ไปเรียนรู้ฝึกอบรมจากสถานที่ต่าง ๆ มาแล้วมากมาย รวมถึงการฝึกอบรมการเลี้ยงไส้เดือนดินจากอาจารย์ภาควิชาสัตวบาลแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

ทุกอาจารย์สอนดีหมดครับ ทุกอาจารย์เก่งหมดครับ แต่ผมมันไม่ดีเองครับ เป็นคนขี้เกียจ ไม่ค่อยได้เอาใจใส่ เลี้ยงทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เลี้ยงกี่ครั้งกี่หน ปรากฏว่า ไส้เดือนดินผมตายหมดยกคอกทุกทีครับ ผมเคยเลี้ยงในวงบ่อบ้าง เลี้ยงในกะละมังบ้าง เคยเลี้ยงแบบทำโรงเรียนเป็นฟาร์มเลยก็มี กะทำให้รวยไปเลย



แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจาก การเลี้ยงไส้เดือนดิน เราต้องคอยเอาใจใส่เรื่องอาหาร เรื่องความความชื้น เรื่องความเป็นกรดเป็นด่างของบัดดิ้ง(บ้านไส้เดือน) และอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งผมทำไม่ค่อยได้เนื่องจากผมขาดความเอาใจใส่อย่างจริงจัง


จนอยู่มาวันหนึ่งผมไปเจอกอกล้วยหลังบ้านที่ผมเลี้ยงไส้เดือน ที่โคนกล้วยมีใบกล้วยที่ตายแล้วกองอยู่หนาแน่น ผมเลยเอามือไปคุ้นดูปรากฏว่า ไส้เดือนพันธ์ที่ผมเลี้ยงมันอยู่กันเต็มไปหมด ไอ้หย่า พวกมันมาอยู่ที่นี่กันได้อย่างไร ในเมื่อผมไม่ได้เลี้ยงมัน เลี้ยงมันในโรงเรือนมันตายหมด แต่มันมาอยู่รวมกันในกอกล้วย

จากนั้นผมจึงทำการศึกษาการเลี้ยงไส้เดือนดินในกอกล้วยแล้วนำมาดัดแปลงการเลี้ยงในแบบโรงเรือน ซึ่งผมใช้ชื่อมันว่าการเลี้ยงไส้เดือนดินแบบเลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งจะนำเสนอให้พี่ ๆ น้อง ๆ รับชมดังไปนี้ครับ
วิธีการเลี้ยงไส้เดือนดินแบบเลียนแบบธรรมชาติ

การจัดเตรียมโรงเรือน
ขนาดของโรงเรือนแล้วแต่ความสะดวก ตามความต้องการของปริมาณมูลไส้เดือน ของผมทำต้องการมูลไส้เดือนเยอะ ผมทำใหญ่เลย แต่ทำแบบประหยัด 
ของผมใช้โรงเรือนขนาด 12x6 เมตร ทำแบ่งออกเป็น 2 ช่องเลี้ยง ครับ




การทำบ่อเลี้ยง


ใช้อิฐก่อแล้วฉาบ ทำพื้นให้เอียง ให้ไส้น้ำไหลลงได้เอง หัวกับท้ายสูงไม่เท่ากัน


การเตรียมบ้านและอาหารสำหรับไส้เดือนเดือน


1.    ให้ใช้หญ้าที่รก ๆ บริเวณแถวบ้านใส่บ่อเลี้ยงให้เต็ม
2.    จากนั้นให้ใส่ขี้วัวทับความหนาประมาณ 20-30 เซนติเมตร เกลี่ยให้ทั่วทั้งบ่อเลี้ยง ของผม 1 บ่อใช้ขี้วัวประมาณ 100 กระสอบครับ

3.    นำจุลินทรีย์ย่อยสลายเซลลูโลส ไวท์อีเอ็มผสมน้ำ 200 ลิตร ใส่บัวรดน้ำราดให้ทั่ว


4.    รดน้ำทุก ๆ วันเช้าเย็น ประมาณ 2 สัปดาห์  อาหารไส้เดือนก็ไช้ได้ครับ
เมื่อครบ 2 สัปดาห์ หญ้าจะยุบลงเหลือครึ่งหนึ่งครับ


 การปล่อยตัวไส้เดือนดิน


1.    ใน 1 บ่อผมจะใช้ไส้เดือนประมาณ 5 กิโลกรัม ผมใช้พันธุ์แอฟริกัน บลูเวิร์ม ให้เราปล่อยตัวไส้เดือนให้กระกระจาย ทั่วทั้งบ่อเลี้ยง จากนั้น
2.    ให้อาหารคือเปลือกแตงโมสับเป็นชิ้น ๆ  เน้นแตงโมเพราะมันเย็น ไส้เดือนจะชอบครับ
3.    ให้ใช้ใบกล้วยแห้ง หรือ ใบกล้วยสด ๆ ก็ได้ครับ สับ ๆ แล้วโรยทับ ทำให้เหมือนไส้เดือนอยู่ในกอกล้วย
นะครับ









การให้น้ำ


ติดตั้งระบบน้ำ เป็นแบบหัวพ่นหมอกเพื่อเปิดน้ำให้ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบ่อครับ ให้น้ำ วันเว้นวันนะครับ อย่าให้น้ำแฉะนะครับไส้เดือนไม่ชอบ.

การให้อาหาร

เนื่องจากตอนเราทำบ้านให้ไส้เดือนเราใช้หญ้า มันเป็นอาหารที่เพียงพออยู่แล้ว เพื่อให้ไส้เดือนเจริญเติบโตเร็ว ให้เราอาหารเสริมจากครัวเรือน เช่น เศษผัก เศษอาหาร เปลือกผลไม้ ยกเว้นเปลือกมะนาวไส้เดือนไม่ชอบครับ แต่เปลือกไข่ใช้ได้ครับ  หรือไม่ก็ เอาพวกยอดหญ้า ยอดไม่สด ๆ ยอดหญ้าเลี้ยงสัตว์ใส่ลงไปบ้างครับ  แล้วแต่เวลาและโอกาสครับ

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

     ใช้ตะแกรงร่อนเอามูลไส้เดือนเมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 2-3 เดือน จากนั้นตัวไส้เดือนดินเราก็แยกไปเลี้ยงในบ่อที่สองครับ หลังจากนั้นเราก็นำไปบรรจุกระสอบเพื่อเก็บไว้ใช้ในแปลงปลูกพืช หรือ ทำการบรรจุถุงเพื่อจำหน่ายต่อไป




มูลไส้เดือนหลังจากที่ร่อนแล้ว


ทำแค่นี้แหละการเลี้ยงไส้เดือนดินแบบเลียนแบบธรรมชาติก็สำเร็จแล้วนะครับ บรรจุถุงพร้อมจำหน่ายได้แล้ว

ใครสงสัยอะไรสอบถามได้ครับ  กำลังหาทุนอยู่ครับ อีกไม่นานจะจัดฝึกอบรมให้เกษตรกรที่สนใจฟรีครับ

สอบถามเรื่องการเพาะเลี้ยงไส้เดือนแบบเลียนแบบธรรมชาติ ได้ที่ชมรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า 168 ม.6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โทร 086 0596 790

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

ต้นไม้ยามเล็กต้องดูแลเขา โตขึ้นเขาจะดูแลเรา

ต้นไม้ยามเล็กต้องดูแลเขา โตขึ้นเขาจะดูแลเรา


มีคนถามผม ทำไมอาจารย์ปลูกพืชอะไร เห็นมันโตมันงามดีจัง ทำไมพืชที่ปลูกเองที่บ้านไม่งามเหมือนของอาจารย์เลย ปุ๋ยก็ใส่ตามสูตรที่เขาแนะนำ น้ำก็รดสม่ำเสมอ ทำไมมันไม่ค่อยโต

ดูอย่างมะละกอก็ได้บ้านอาจารย์ไม่เห็นเป็นโรคอะไรเลย ทำไมที่บ้านหนูตอนแรกมันโตดีจัง ไม่กี่เดือนโรคก็กินตายหมด มะเขือก็เหมือนกัน มะละกอตายหนูก็ไปลงทุนปลูกมะเขือ มะเขือเก็บได้รอบเดียวใบเหลืองด่างหมดเลย

มาบ้านอาจารย์เห็นมะเขือต้นเดิมยังอยู่เลย ไม่เห็นมันเป็นโรคอะไรเลย ทำไมของหนู มันมีแต่โรคปลูกไม่กี่เดือนมันก็ยืนต้นตายหมด
มะนาวบ้านอาจารย์มาทีไรเห็นลูกดกเต็มต้นไปหมดไม่เห็นมันดอกร่วง ลูกร่วง โดนแมลงหนอนกินเหมือนบ้านหนูเลยถามจริง ๆ เถอะใส่ปุ๋ยอะไร

ผมยิ้ม(ขอบคุณที่ชม) แล้วตอบว่า ใส่ปุ๋ยความรัก ถ้าเรารักใครสักคนเราต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เขาชอบอะไร เขาไม่ชอบอะไร เขามีพฤติกรรมแบบไหน

ปลูกพืชก็เช่นกัน ต้องศึกษาถึงธรรมชาติของพืชแต่ละชนิดที่เราปลูกว่าพืชที่เราปลูกชอบแบบไหน เช่นมะละกอ มะนาวไม่ชอบน้ำ เราก็อย่าให้น้ำเขามากไป ถ้าให้น้ำมากเกินไปรากก็จะเน่า ใบก็จะเหลือง โรคต่าง ๆ ตามมามากมาย ความเป็นกรดเป็นด่างของพืชแต่ละชนิดที่เราปลูกเขาต้องการประมาณไหน เช่นมะละกอเขาต้องการ 6-7 เราก็ต้องปรับปรุงดินให้มีความเป็นกรดเป็นด่างของดินใกล้เคียงหรืออยู่ในช่วงนี้

ความรักเป็นสิ่งสำคัญ อย่าปลูกพืชเพื่อหวังผลประโยชน์ตอนเก็บผลผลิต แต่จงใส่ใจตั้งแต่ต้นพืชต้นเล็ก ๆ ดูแลเอาใจเขาเหมือนเราเลี้ยงลูก แม่สอนผมว่า " ให้รักต้นไม้ทุกต้นที่ปลูก เหมือนที่แม่รักลูก"


วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559

โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคลื่อนที่จากวัชพืช

โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคลื่อนที่จากวัชพืช


หน้าฝนนี้หญ้ารกใช่ไหม เรามาทำโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์กันเถอะ 
มันเป็นพื้นฐานที่ง่ายมาก ๆ สำหรับการทำเกษตรอินทรีย์
ถ้าใครมาเยี่ยมที่ชมรมฯ จะเห็นเจ้าตัวนี้วางกระจายไปทั่วบริเวณหลายตัวเลยทีเดียว                           ตรงไหนที่เราปลูกพืช ตรงนั้นก็จะมีโรงงานปุ๋ยเคลื่อนที่กระจายตัวอยู่
มันช่วยเปลี่ยนหญ้ารก ๆ ให้เป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยปรับปรุงดินที่เยี่ยมยอดมาก ๆ
หลังจากหมักประมาณ 30-45 วัน เราก็ได้ปุ๋ยชั้นยอดไว้ใส่ต้นไม้ไว้ปรับปรุงดินแล้วครับ


การทำปุ๋ยหมักเคลื่อนที่ : ให้นำหญ้าหรือวัชพืชที่ขึ้นรกในแปลงใส่ในโรงงานปุ๋ยให้เกือบเต็มจากนั้นนำขึ้วัวนม 1 กระสอบเททับหน้าแล้วเอา ไวท์อีเอ็ม 500 ซีซี. ลิตรผสมน้ำ 50 ลิตรใส่บัวรดน้ำราดบนกองปุ๋ยแล้วเอาเศษหญ้าปิดหน้า  รดน้ำทุกวันเช้า-เย็น เป็นเวลา 30-45 วัน 


ประโยชน์ของโรงงานปุ๋ยหมักเคลื่อนที่
1.    เปลี่ยนหญ้ารก ๆ ให้กลายเป็นปุ๋ยชั้นยอด
2.    นำปุ๋ยที่ได้จากการหมักประมาณ 1 เดือนไปใส่ต้นไม้
3.    นำปุ๋ยหมักที่ได้จากการหมักประมาณ 1 เดือนไปปรับปรุงดิน
4.    นำปุ๋ยหมักไปผสมดินปลูก ต้นกล้าจะงอกงามดีมป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าไปในตัว
5.    ช่วยลดต้นทุนการผลิตพืช ไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี

 วิธีการใช้ และอัตราการใช้ปุ๋ยหมักเคลื่อนที่



-      สำหรับพืชไร่ พืชผัก ใช้ 2-3 กำมือ โรยบริเวณโคนต้น แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยหมัก
-      สำหรับไม้ยืนต้น ให้ขุดหลุม 1  หน้าจอบแล้วใส่ปุ๋ยหลุมละ ½ กิโลกรัม ใน 4 ทิศ หรือหว่านรอบทรงพุ่ม 2-3 กิโลกรัมแล้วพรวนดินกลบปุ๋ย
-      สำหรับผสมดินปลูกพืช ใช้ปุ๋ยหมักเคลื่อนที่ ปลูกพืชกระถางแบบไร้ดิน





ขั้นตอนทำโรงงานปุ๋ยอินทรีย์แบบง่าย ๆ ดังนี้



1.ไปตัดไม้ไผ่ หรือไม้กระถิน มาทำเสาหลัก 4 ต้น ความสูง 1.5เมตร
2. เชื่อมเสา 4 ต้น ด้วยไม้ความยาว 70 เซ็นติเมตร 4 ทิศ ให้ทำ 3 ช่วง แต่ละช่วงห่างกัน 45 เซ็นติเมตร
3.นำแสลน ขนาด 80 เปอร์เซ็นต์ มาหุ้ม
แค่นี้โรงงานปุ๋ยอินทรีย์เคลื่อนที่เอนกประสงค์ก็พร้อม ทำการผลิตปุ๋ยได้แล้ว


ไม่สงวนลิขสิทธิ์ทั้งภาพและบทความ  คัดลอกไปทำกันได้เลยครับ

ไวท์อีเอ็ม  เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์สีขาว  ทำวัชพืชให้เป็นปุ๋ยหมักโดยไม่ใช้กากน้ำตาล
ขนาด 1 ลิตร 300 บาท โปรโมชั่น ซื้อ 2 ลิตรแถม 1 ลิตร                                                                          
สั่งซื้อ
ติดต่อ ชมรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า
โทร 0860596790
ID line : aoacthai
E-mail : pranpha@gmail.com


หมายเลขบัญชีชำระค่าสินค้า


123-2-45945-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขาลำนารายณ์
ชื่อบัญชี ประยงค์ แก้วหมุน
การจัดส่งสินค้า
จัดส่งทางไปรษณีย์ EMS ทั่วประเทศ ระยะเวลาการจัดส่ง 1-2 วัน


วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

อินทรีย์วัตถุ (organic matter)


"ผมใส่ปุ๋ยไปไร่ละตัน ทำไมมันสำปะหลังผมมันไม่ค่อยลงหัวเลยครับ 1ปีผ่านไป ถอนออกไปขาย หัวมันผมยังกับ ตัวไส้เดือน " มันขาดอะไรหรือครับอาจารย์" เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง คนขนยัน ถามผม
ผมก็เลยย้อนกลับไปว่า สงสัยจะขาดน้ำครับ ปีนี้ประเทศไทยแล้งจัด " ไม่เลยครับอาจารย์ผมปลูกมันน้ำหยด ให้มันกินทุกอย่าง ปุ๋ยก็ให้ น้ำก็ไม่ขาด ต้นโตดีแท้ แต่หัวไม่มี " พาผมไปดูแปลงมันที่ถอนแล้วได้ไหม ผมบอก
ไปถึงแปลงเกษตรกร ผมตอบเขาทันทีว่า ดินพี่ขาดอินทรีย์วัตถุ (organic matter) เพราะผลจากการวัดค่าดิน มีค่าความเป็นกรดสูงมาก ดินแข็งกระด้าง ราดน้ำยังไม่ค่อยจะลงเลย
อินทรีย์วัตถุคืออะไร มีขายที่ไหน กระสอบละกี่บาท ผมจะซื้อมาใส่ เกษตรกรคนเก่ง โยนคำถามใส่ผมทันที
วันนี้มารู้จักอินทรีย์วัตถุกันนะครับ
อินทรียวัตถุ เป็นส่วนที่ได้จากการเน่าเปื่อยผุพังสลายตัวของ เศษซากพืชและสัตวที่ทับถมกันอยูในดิน อินทรียวัตถุมีปริมาณธาตุอาหารพืช อยู่น้อย แต่มีความสำคัญในการทำใหดินโปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ำและถายเท อากาศไดดี ทั้งยังเป็นแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ในดิน
ปริมาณอินทรย์วัตถุในดินที่พืชส่วนใหญ่ต้องการ คือ 3-5 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันดินที่ใช้เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจในประเทศไทย มีอินทรีย์วัตถุในดินไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์
ประโยชน์ของอินทรีย์วัตถุ พูดกันให้ชัด ๆ ว่ามันประโยชน์อย่างไร คำถามนี้คงเป็นคำถามที่หลายคนอยากถามผม ผมก็ตอบชัด ๆ ว่า พืชกินอาหารโดยการแลกเปลี่ยนอิออน ไม่ได้กินสารประกอบ อินทรีย์วัตถุมีประจะเป็นลบมีหน้าที่จับประจุบวก ถ้าไม่มีอินทรีย์วัตถุ(ประจุลบ) ธาตุอาหารพืชที่เป็นประจุบวก พืชก็นำไปใช้ได้น้อย หรือ นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย
ยุ่งละสิ ถ้าหลายคนพอมีความรู้เรื่องเกษตรอยู่บ้าง ก็คงพอสรุปได้ว่า พืชต้องการธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรอง คือ N P K Ca Mg S ธาตุอาหารเหล่านี้แตกตัวเป็นอิออนให้ประจุบวกหมดเลย ยกเว้น ไนโตรเจน เมื่อไม่มีตัวจับประจุบวก พืชก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากปุ๋ยเคมีที่เราใส่ลงไปในดินได้เลย ใช้ได้แต่ไนโตรเจน มันสำปะหลังก็เลยโตแต่ต้น แต่ไม่ลงหัว
มาถึงตรงนี้คงพอจะเห็นประโยชน์ของ อินทรีย์วัตถุกันแล้วนะครับ อินทรีย์ที่พืชขาดมานาน พืชไม่ได้ขาดปุ๋ย แต่พืชขาด อินทรีย์วัตถุ อินทรีย์วัตถุมีประสิทธิภาพในจับอิออนของปุ๋ยให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้
ฉนั้นเมี่อรู้อย่างนี้เรามาเพิ่มอินทรีย์วัตถุ ลงสู่ดินให้พืชกันเถอะ อินทรีย์วัตถุเอามาจากไหน มูลสัตว์ทั้งปวงคืออินทรีย์วัตถุ ซากพืช เปลือกไม้ ใบไม้ เศษหญ้า คืออินทรีย์วัตถุ

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืช

ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืช

เป็นรูปภาพโครงสร้างที่อยู่ในใจทุกครั้งเวลาผมจะทำการปลูกพืช ผมอยากให้ภาพนี้ติดอยู่ในใจของเกษตรกรทุกท่านที่จะทำการปลูกพืช ถ้าเราไม่เข้าใจความต้องการเบื้องต้นของพืชแล้ว การปลูกพืชทุกครั้งของเราก็จะประสบกับปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่นปลูกแล้วพืชไม่โต ปลูกพืชแล้วอ่อนแอ ขี้โรค ปลูกพืชแล้วโตแต่ต้นไม่ได้ผลผลิต หรือ ได้ผลผลิตแล้วแต่รสชาติไม่อร่อยไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
เรามาเรียนรู้เรื่องดินกันบ้างนะครับ ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ดี ควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
องค์ประกอบของดิน ที่ปลูกพืชแล้ว พืชเจริญเติบโตได้ดี ต้องประกอบด้วย 4 สัดส่วนที่สมดุลซึ่งกันและกันดังนี้
(1) อนินทรียวัตถุ เป็นส่วนที่ได้จากการผุพังสลายตัวของหินและแร่ เป็นแหล่งธาตุอาหารของพืช ดินส่วนใหญที่ใช้ปลูกพืชในประเทศไทย มีอนินทรียวัตถุเป็นสวนประกอบถึงรอยละ 97-99 ของน้ำหนักแห้งของดิน
(2) อินทรียวัตถุ เป็นส่วนที่ได้จากการเน่าเปื่อยผุพังสลายตัวของ เศษซากพืชและสัตวที่ทับถมกันอยูในดิน อินทรียวัตถุมีปริมาณธาตุอาหารพืช อยูน้อย แตมีความสำคัญในการทำใหดินโปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ำและถายเท อากาศไดดี ทั้งยังเป็นแหลงพลังงานของจุลินทรีย็ดิน ดินสวนใหญที่ใชเพาะปลูกพืชในประเทศไทยมีอินทรียวัตถุเหลืออยู่น้อยมากๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งดินใน ภาคอีสาน มีอินทรียวัตถุต่ำมาก ไม่ถึงถึง 1เปอร์เซ็นต์ ฉนั้นเกษตรกรจึงควรให้ความสำคัญต่อการเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน
(3) น้ำในดิน ทำหน้าที่ ช่วยละลายธาตุอาหารพืชในดิน และจำเป็น สำหรับใช้ในการเคลื่อนย้ายธาตุอาหาร และสารประกอบตางๆ ในต้นพืช
(4) อากาศในดิน ทำหน้าที่ให้ ออกซิเจนแก่รากพืชและจุลินทรียดิน ช่องว่างอากาศในดินมีส่วนทำให้ดินโปร่ง ร่วน ซุย รากพืชเจริญเติบโตได้ดี
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วว่า พืชต้องการดินแบบใด เราก็นำความรู้นี้มาปรับปรุงดินเพื่อให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ไม่ว่าเราจะปลูกพืชลงดิน เราจะปลูกพืชลงกระถาง ปลูกพืชในวงบ่อ
ซึ่งโอกาสต่อไปเราจะได้มาเรียนรู้เรื่องการปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการปลูกกันต่อนะครับ

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การขยายเชื้อน้ำหมักรำข้าวให้ได้ใช้นาน ๆ

การขยายเชื้อน้ำหมักรำข้าวให้ได้ใช้นาน ๆ


 หลังจากเราทำน้ำหนักรำข้าวครบกำหนด 15 วัน แล้วเราก็นำไปใช้ราดโคนต้นพืชเพื่อช่วยในการขยายรากพืชแล้ว เราไม่ควรใช้จนหมดถัง เพื่อส่วนที่เหลือจะได้นำมาขยายเชื้อเพื่อใช้ในครั้งต่อไปได้อีก เช่น เราทำน้ำหมักรำข้าวถัง 200 ลิตร ให้เราใช้ไป 150 ลิตร อีก 50 ลิตรให้เก็บไว้ต่อขยายเชื้อต่อ

วิธีการต่อขยายเชื้อน้ำหมักรำข้าว

1.ใช้น้ำหมักรำข้าวเก่าเป็นสารตั้งต้น 30-50 ลิตร
2.ให้เติมรำข้าวลงไป 5 กิโลกรัม

3.เติมน้ำให้เต็ม 200 ลิตร

4. ใช้ไม้คนเพื่อเติมอากาศ ทุก 3 วัน (ถ้าคนทุกวันก็จะย่อยสลายและเชื้อขยายเร็ว)

5. ใช้เวลา 7-10 ก็นำไปใช้ต่อได้ ให้สังเกตรำข้าวถูกย่อยสลายจนหมด

วิธีการใช้ :ใช้เหมือนกับน้ำหมักรำข้าวรอบแรก

1.ใช้อัตราเข้มข้นราดดินแล้วรดน้ำให้ชุ่มตามบริเวณโคนต้นพืชเพื่อขยายรากพืช อัตรา 1-5 ลิตรตามขนาดของพืช

2.ใช้อัตราเข็มข้นราดลงถุงเพาะชำกล้าไม้ 250 ซีซี.แล้วรดน้ำตามให้ชุ่ม

3. อัตรา 100-200 ซีซี.ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นลงดินให้พืชผัก จะทำให้ พืชผักเจริญเติบโตดี

หมายเหตุ : น้ำหมักรำข้าวมีวิตามินบี1สูง สำหรับพืช วิตามินบี1 (Thiamine) ช่วยฟื้นฟูู บำรุงระบบรากพืชให้แข็งแรง และยังช่วยในการแตกราก และเจริญเติบโตของราก เมื่อพืชได้รับวิตามินบี1 จะทำให้พืชสดชื่น พร้อมที่จะเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายต้นกล้าพืช การให้ วิตามินบี1แก่ต้นกล้าที่ย้ายปลูกลงแปลงจะทำให้ต้นกล้าไม่เหี่ยวเฉาและทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี
ไปต่อเชื้อใช้เองกันนะครับจะได้ประหยัด

ขอบคุณภาพแห่งความขยัน การต่อขยายเชื้อน้ำหมักจากรำข้าวของน้องไพโรจน์(หมู) เกษตรกรผู้มีความคิดก้าวไกลจาก อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ID line : aoacthai


สูตรการทำน้ำหมักรำข้าว                                                                   http://aoacthai.blogspot.com/2016/01/blog-post.html

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

การใช้น้ำหมักรำข้าว ในการช่วยขยายรากมะนาวในถุงชำ

การใช้น้ำหมักรำข้าว ในการช่วยขยายรากมะนาวในถุงชำ

การปลูกมะนาวด้วยกิ่งตอน เราควรนำกิ่งตอนมาชำในถุงดำก่อนเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณรากทำให้รากพืชขยายตัวได้ดีก่อน จากนั้นจึงนำไปปลูกในท่อวงบ่อหรือ ในแปลงปลูก
เพราะถ้านำกิ่งตอนไปปลูกลงแปลงเลย รากที่ไม่แข็งแรงพอ หรือ รากที่มีปริมาณน้อย จะทำให้กิ่งตอนตายได้ง่าย ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเพราะปัจจุบันราคากิ่งตอนอยู่ที่ 50 -100 บาท ถ้าเป็นกิ่งพันธุ์ดัง ๆ มีการโฆษณาก็จะมีราคากิ่งตอนถึงกิ่งละ 300 บาท
ฉะนั้นการอนุบาลกิ่งตอนที่ดีจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการลดความเสี่ยงในการผลิตพืช และจะทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู
วันนี้ขอนำเสนอ การใช้น้ำหมักรำข้าว ในการช่วยขยายรากมะนาวในถุงชำ
ขั้นตอนง่าย ๆ
1. ใช้ถุงชำขนาด 9x 11 นิ้ว กรอกใส่ดินผสมสำหรับชำมะนาวให้ได้ 3/4 ของถุง แล้วกดดินให้แน่นกำลังดี
2.นำกิ่งตอนมะนาวแกะถุงพลาสติกที่ตอนออกและนำใส่ลงในถุงชำเอาดินใส่ให้เต็ม (ขั้นตอนต้องระวังไม่ให้ปลูกลึกเกินไปเพราะกิ่งตอนต้องการอากาศในการเจริญเติบโต)
3.นำไม้มาปักช่วยพยุงต้นมะนาวไม่ให้ล้ม
4.นำน้ำหมักรำข้าวเข้มข้นมาราดลงถุงให้ชุ่มและรดน้ำตามให้เปียกชุ่ม
แล้วนำไปเก็บไว้ในโรงเรือนเพื่อรอให้รากเดินดี 

ขั้นตอนที่4 ควรทำทุก 7 วัน ประมาณ 15-21 วันรากก็จะเดินดีพร้อมนำไปปลูกลงแปลงแล้วครับ
หมายเหตุ: น้ำหมักรำข้าวมีวิตามินบี1สูง วิตาบี1 ช่วยฟื้นฟูู บำรุงระบบรากพืชให้แข็งแรง และยังช่วยในการแตกราก และเจริญเติบโตของราก เมื่อพืชได้รับวิตามินบี1 จะทำให้พืชสดชื่น พร้อมที่จะเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายต้นกล้าพืช การให้ วิตามินบี1แก่ต้นกล้าที่ย้ายปลูกลงแปลงจะทำให้ต้นกล้าไม่เหี่ยวเฉาและทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี

ลองไปทำกันดูนะครับ สำหรับท่านที่ชอบปลูกมะนาว และวิธีการนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับปลูกพืชชนิดอื่นได้ครับ

: ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ID line : aoacthai